ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ติวเตรียมสอบซ่อม 1/2562

วิชากรุงเทพฯศึกษาเพื่อการท่องเที่ยว HIT4403

1.การเปลี่ยนแปลงของวัดพระแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1 ถึง 6
ตอบ.
รัชกาลที่ 1 โปรดฯให้สร้างพระอุโบสถขึ้นเมื่อ พ.ศ.2326 เพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกต สร้างเสร็จในพ.ศ.2328 ต่อมาในพ.ศ.2331 โปรดฯให้สร้างหอพระมณเฑียรธรรม เพื่อประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับทองใหญ่ที่โปรดให้สังคายนาขึ้นไว้กลางสระด้านเหนือพระอุโบสถ.. และสร้างพระเจดีย์ทอง 2 องค์ไว้ที่ขอบสระ แต่ได้เกิดเพลิงไหม้หมดเมื่อสร้างเสร็จ จึงถมสระและสร้างพระมณฑปแทน และสร้างหอพระมณเฑียรธรรมขึ้นใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระอุโบสถ กั้นกำแพงรอบวัดแยกเขตวัดจากเขตพระราชฐาน เรียกว่า "พระระเบียง".. เมื่อสร้างเสร็จในระยะแรก โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรจากโรงพระที่นั่งในพระราชวังเดิมกรุงธนบุรีลงเรือพระที่นั่งตั้งกระบวนแห่ข้ามมาประดิษฐานยังพระอารามที่สร้างใหม่ ให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะประชุมทำสังฆกรรมผูกพัทธสีมาในวันเดียวกัน วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2328 พระราชทานนามพระอารามว่า "วัดพระศรีรัตนศาสดาราม" ไว้เป็นที่ประชุมถือน้ำพิพัฒสัตยาธิษฐาน ทำการมงคลพระราชพิธีปีละ 2 ครั้ง

รัชกาลที่ 2 งานก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นการต่อเติมเสริมแต่งปฏิสังขรณ์ขยับขยายพื้นที่ ในการก่อสร้างพระบรมมหาราชวัง แต่ในส่วนของวัดพระแก้วไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแต่อย่างใด

รัชกาลที่ 3 การค้ากับจีนเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ทำรายได้จำนวนมากให้แก่ราชอาณาจักร พระองค์ได้บูรณะพระอุโบสถหรือวิหาร 3 หลังที่สร้างตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แล้วสร้างใหม่ สร้างหอพระนากและพระเศวต กุฎาคารวิหารยอด(วิหารขาว) เป็นที่ประดิษฐานพระนากและพระรูปพระเทพบิดรตามลำดับ โปรดให้สร้างพระเจดีย์ยอดปรางค์ 8 องค์ในเขตนอกพระระเบียงก่อกำแพงแก้วเพิ่มสร้างศาลาแบบจีนอีก 4 หลัง(ซึ่งต่อมาได้รื้อออกไป)

รัชกาลที่ 4 ในส่วนของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โปรดให้สร้างถาวรวัตถุต่างๆขึ้นมากมายทำให้วัดเปลี่ยนรูปโฉมไปจากเดิมมากทีเดียว กล่าวคือปรับฐานทักษิณของพระมณฑปยกขึ้นเป็นฐานไพที แล้วสร้างพระพุทธปรางค์ปราสาทและพระศรีรัตนเจดีย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของพระมณฑป สร้างพระระเบียง 2 องค์โอบล้อมพระเจดีย์ยอดปรางค์ สร้างหอพระ 2 หอไว้หลังพระอุโบสถ และสร้างมณฑปยอดปรางค์องค์เล็กๆไว้ระหว่างหอพระทั้งสอง สร้างหอระฆังสร้างพระมณฑปยอดปรางค์ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและหอพระคันธารราฐไว้หน้าพระมณฑป..

 รัชกาลที่ 5 การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อจากสมัยรัชกาลที่ 4 ได้สำเร็จสมบูรณ์ ทันโอกาสงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 100 ปี ในพ.ศ 2425 ส่วนที่โปรดให้สร้างขึ้นที่สำคัญคือ "บุษบกประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์" บนฐานไพทีของปราสาทพระเทพบิดร องค์หลังตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระมณฑป ประดิษฐานพระบรมสัญลักษณ์ของทั้ง5รัชกาล.. สำหรับพระพุทธปรางค์ปราสาทที่เดิมรัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริให้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่า พระพุทธปรางค์ปราสาทมีขนาดไม่พอกับพระราชพิธีต่างๆ จึงอัญเชิญพระเจดีย์กาไหล่ทองจากพระพุทธมณเฑียร(อยู่ในบริเวณสวนศิวาลัยปัจจุบัน) มาประดิษฐานแทน แต่ต่อมาเกิดเพลิงไหม้พระพุทธปรางค์ปราสาทและไหม้พระเจดีย์กาไหล่ทองจนหมดสิ้น

 รัชกาลที่ 6 ในเขตวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โปรดให้ปฏิสังขรณ์พระพุทธปรางค์ปราสาทที่ไฟไหม้ให้คงสภาพเดิม แล้วตกแต่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลต่างๆ และแปลงนามปราสาทว่า "ปราสาทพระเทพบิดร" ให้เป็นที่ประดิษฐานของพระเทพบิดรซึ่งเป็นเทวรูปสมเด็จพระรามาธิบดี(อู่ทอง)ปฐมวงศ์กรุงเก่าที่รัชกาลที่ 1 อัญเชิญจากกรุงศรีอยุธยา(ปัจจุบันไม่พบว่าอยู่ที่ใด) และแปลงรูปเทวรูปที่ถูกพม่าเผาให้เป็นพระพุทธรูปหุ้มเงินเพื่อทรงสักการะต่อไป

2.โบราณสถานในสมัยรัชกาลที่ 3
ตอบ. โปรดให้สร้างพระอารามหลวงขึ้นใหม่ 3 แห่ง ได้แก่วัดเทพธิดารามและวัดราชนัดดาในกรุงเทพฯ วัดเฉลิมพระเกียรติวรารามที่จังหวัดนนทบุรี และรื้อวัดราชโอรสสถาปนาใหม่หมด พระราชทานนามวัดราชโอรสาราม ชื่อว่าวัดประจำรัชกาลที่ 3  ในพศ. 2489  โปรดให้สร้างโลหะปราสาท 37 ยอดที่วัดราชนัดดา พระอารามที่ทรงสถาปนาและปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ วัดนางนอง วัดนาคกลาง วัดปากน้ำวัดพระยาทำ วัดยานนาวา และวัดในหัวเมือง  พระอารามหลวงที่ซ่อมแซมที่สำคัญ คือ วัดพระเชตุพนฯ การสร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามให้สูงสง่ายิ่งกว่าเดิม สร้างพระเจดีย์ใหญ่ที่วัดสระเกศริมคลองมหานาค

3.ความแตกต่างของ "สถลมารค" และ "ชลมารค"
ตอบ. สถลมารค คือ การเสด็จพระราชดำเนินทางบก
ชลมารค คือ การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ

4.บ้านเมืองหลังสนธิสัญญาเบาริ่ง
ตอบ. สนธิสัญญาเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษ ในพ.ศ. 2398 (ค.ศ.1855) ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในทางที่ดีขึ้น มีการพัฒนาบ้านเมืองในหลายๆด้าน เพื่อการขยายตัวของเมืองเพื่อการรองรับสภาพการณ์ค้าขายกับนานาชาติที่เจริญก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น.. มีการขุดคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อขยายเมือง เปิดประเทศตามระบบการค้าเสรี มีการสร้างถนนเพื่อรองรับยวดยานพาหนะทางบกและมีการสร้างตึกแถวริมถนนรวมถึงอาคารพาณิชย์.. มีการสร้างพระราชวังนอกเขตพระบรมมหาราชวังและนอกกรุงเพื่อเสด็จประทับแปรพระราชฐาน ลักษณะงานด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมรวมทั้งสภาพการดำเนินชีวิตของชาวพระนครก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม..

5.ประพาสต้น
ตอบ. คำว่า ประพาสต้น ประกอบด้วยคำว่า ประพาส กับคำว่า ต้น. คำว่า ประพาส มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า ปฺรวาส (อ่านว่า ปฺระ-วา-สะ) ซึ่งเป็นคำนามแปลว่า ที่อาศัยชั่วคราว หรือที่อาศัยซึ่งไกลจากบ้าน ไทยใช้เป็นคำกริยาราชาศัพท์ หมายถึง ไปต่างถิ่นหรือต่างแดน เช่น ประพาสยุโรป  คำว่า ประพาสต้น หมายถึง "เที่ยวไปเป็นการส่วนพระองค์"

6.สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ จุดเด่น
ตอบ.
1.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติศิลป์พีระศรีอนุสรณ์
อยู่มุมถนนหน้าพระลานตัดกับถนนหน้าพระธาตุ เป็นอาคารตึกแถวชั้นเดียว เคยเป็นที่ทำงานของศาสตราจารย์ศิลป์พีระศรี ผู้วางรากฐานมหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อแรกตั้งโดยเป็นผู้นำงานศิลปะสากลมาเผยแพร่ในประเทศไทย ผลงานที่สำคัญได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น

2.

วิชาการเขียนบทวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น MCS2460

1.อธิบายคุณสมบัติเบื้องต้นของสื่อวิทยุทั้งในยุคสื่อดั้งเดิมและยุคสื่อใหม่ว่ามีอะไรบ้าง
2.อธิบายถึงเสียงในงานเขียนบทว่ามีเสียงอะไรบ้าง และแต่ละเสียงมีความสำคัญอย่างไร
3.อธิบายการทำเนื้อหาแบบ Pre-Pro-Post อย่างละเอียดว่าต้องท
4.อธิบายประเภทของบทวิทยุกระจายเสียงทั้ง 4 ประเภทว่ามีรูปแบบใดบ้าง
5.ให้ปรับข้อความด้านล่างให้เป็นข่าวหรือสปอตวิทยุ

วิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ HIT3303

1.อธิบายประวัติศาสตร์ศิลปะจามปามาพอสังเขป
ตอบ อาณาจักรจามปาอยู่ทางตะวันออกด้านเหนือของอินโดจีน มีลักษณะศิลปะของตัวเอง ถูกกลืนโดยอาณาจักรเวียดนามราวกลางพุทธศตวรรษที่24 ได้รับอิทธิพลจากประเทศข้างเคียงบ้างแต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลเหนือสถาปัตยกรรมจามปา วัสดุที่ใช้จะเป็นอิฐและหิน เมื่ออิทธิพลของศิลปะเขมรเข้ามา อิฐมีคุณภาพดีมากขึ้น


2.อธิบายวัสดุในการสร้างสถาปัตยกรรมเขมรโบราณ
ตอบ มีทั้งแบบใช้วัตถุถาวรอิฐและศิลา, ใช้ไม้, และใช้ผสมทั้ง 2 ชนิด

3.อธิบายวิวัฒนาการปราสาทฐานเตี้ยในวัฒนธรรมทะเลสาปเขมร
ตอบ

4.พัฒนาการสำคัญของสถาปัตยกรรมในศิลปะชวาภาคกลาง
ตอบ

5.อธิบายประวัติศาสตร์ศิลปะพม่ามาพอสังเขป
ตอบ พม่าประกอบไปด้วยหลายชนชาติและความยุ่งยากทางด้านประวัติศาสตร์ก็ทำให้เกิดหลายสกุลช่าง

6.เขียนอธิบายศัพท์เหล่านี้
-เทวราช
-หริหราลัย
-บุโรพุทโธ
-เมืองพระนครหลวง
-นครวัด
-ที่ราบสูงเดียง
-จัณฑิ
-แมนดูต
-หาริติ
-ฟูนัน

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562

MCS 3400 (MCS 2460) : การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น (ตัวอย่างข้อสอบ)

1.เทคนิคการเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียง 1 บท รายการนิตยสารทางอากาศ เวลา 15 นาที นักศึกษามีความเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย.

ตอบ. รายการนิตยสารทางอากาศ เป็นรายการที่ผสมผสานเรื่องหลายเรื่องเข้าด้วยกัน มาจากผู้นำเสนอหลายคน มีหลายวิธีในการเสนอเรื่อง ใช้กลวิธีทางเทคนิคต่างๆให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระที่จะนำเสนอให้แก่ผู้ฟัง
     ประเภทรายการนิตยสารทางอากาศที่เราจะจัดเขียนบทนั้น เป็นรายการนิตยสารทางอากาศที่ "ยึดผู้ฟังเป็นหลัก" หรือ "ยึดเนื้อหาในการนำเสนอเป็นหลัก" เพื่อจะได้เขียนบทให้เหมาะสมกับรายการที่จะออกอากาศ เทคนิคการเขียนจะต้องคำนึงเรื่องต่อไปนี้ คือ
1.เรื่องอะไร
2.ผู้ฟังเป้าหมายคือใคร
3.กำหนดหัวเรื่อง
4.กำหนดแนวเรื่อง(แกนของเรื่อง)
5.กำหนดเนื้อหา
6.กำหนดชื่อเรื่อง
7.รูปแบบการนำเสนอรายการจะนำเสนออย่างไร
ตัวอย่างเช่น ในการจัดรายการนิตยสารทางอากาศ รายการ "นิตยสารแม่บ้านที่รัก" ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคุณแม่บ้านฐานะและการศึกษาปานกลาง ซึ่งมีแกนกลางของรายการเกี่ยวกับแม่บ้านระดับปานกลาง และแกนเฉพาะตอน เนื้อหาเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ซึ่งในรายการจะนำเสนอเรื่อง 3 เรื่อง คือ
1.การซื้อผัก
2.การทำความสะอาดผัก
3.การปลูกผักไว้บริโภค

ซึ่งจะมีรูปแบบการนำเสนอรายการ ดังนี้
1.เรื่องการซื้อผัก(รูปแบบพูดคุย) 4 นาที
2.เรื่องการทำความสะอาดผัก 3 นาที
3.เรื่องการปลูกผักเป็นละครสั้น 5 นาที
4.การพูดเปิดปิดรายการ 3 นาที
รวม 15 นาที

***************

2.เทคนิคการเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียงแต่ละรายการมีความแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย.

ตอบ. การเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียงมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป แต่ละรายการจึงมีเทคนิคในการเขียนบทที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากรายการวิทยุกระจายเสียงแบ่งเป็นรายการประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภท คือ ประเภทรายการข่าว, รายการการศึกษา, และรายการบันเทิง ซึ่งแต่ละประเภทมีเทคนิคที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

เทคนิคการเขียนรายการประเภทข่าว จะมีลักษณะดังนี้
1.ประกอบด้วยหลายประโยค เป็นประโยคสั้นๆ มีแนวคิดเดียว
2.ข่าววิทยุกระจายเสียงไม่นิยมเขียนคำย่อ หรือย่อประโยค ยกเว้นคำที่รู้จักกันดี เช่น กกต. ปปช.
3.การยกข้อความหรือคำพูดของผู้อื่นมากล่าว ต้องเรียบเรียงใหม่ให้ฟังได้ใจความชัดเจน
4.การเขียนชื่อเฉพาะ ชื่อที่อ่านยากๆ หรือศัพท์บางคำที่ไม่คุ้นตา ควรวงเล็บคำอ่านไว้ให้ชัดเจน
5.การเขียนตัวเลขต้องเขียนให้ผู้อ่านข่าวอ่านได้ง่ายไม่สับสน
6.เขียนสำหรับการออกอากาศสด โดยผู้อ่านจะซ้อมอ่านล่วงหน้าไม่นานก็นำไปอ่านออกอากาศเลย

เทคนิคการเขียนบทรายการประเภทการศึกษา มีหลักการดังนี้
1.เป็นข้อความหรือเสียงที่สื่อความหมายได้เหมือนกับได้เห็นด้วยตา
2.มีลักษณะเหมือนพูดคุยกันแบบกันเองเป็นธรรมชาติมากที่สุด
3.ยกสิ่งเปรียบเทียบที่ผู้ฟังคุ้นเคยหรือรู้จักเป็นอย่างดี เช่น "เย็นราวกับน้ำแข็ง"
4.คำนึงถึงว่า กำลังเขียนเรื่องอะไร, ใครคือกลุ่มเป้าหมาย, ยาวเท่าใด, ต้องใช้ศิลปะในการเขียนเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาให้กระจ่างชัด

เทคนิคการเขียนบทรายการประเภทบันเทิง มีหลักการดังนี้
1.ควรเป็นภาษาพูด เข้าใจง่าย
2.กำกับอารมณ์สำหรับผู้พูดตามบทให้ชัดเจน เช่น โกรธ, กลัว, รัก, พอใจ, โศกเศร้า, เป็นต้น
3.มีการใช้เครื่องหมายต่างๆในบท ช่วยให้เกิดความหมายในถ่ายทอดเสียง และแสดงลีลา
4.ต้องตรึงผู้ฟังให้ติดตามได้ตลอดเวลา ดังนั้นบทรายการประเภทบันเทิงต้องคำนึงถึง
 4.1บทต้องเร้าอารมณ์ผู้ฟัง สร้างความรู้สึก สร้างภาพ และสร้างจินตนาการตามบทได้
 4.2บทต้องเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดจินตนาการหรืออารมณ์จากผู้เขียนไปสู่ผู้ฟังได้อย่างชัดเจน
 4.3ภาษาเขียนต้องเขียนให้ฟังด้วยหูแล้วเกิดภาพได้เหมือนกับเห็นด้วยตา
 4.4ไม่ควรใช้คำศัพท์ที่ยาก ควรเรียบง่ายเพราะจะชวนให้น่าติดตามมากกว่า
 4.5ควรมีเสียงประกอบและเสียงดนตรี เพราะจะช่วยสร้างความบันเทิงและจินตนาการที่สมจริงแก่ผู้ฟังได้อย่างดี

3.การเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียงรูปแบบรายการบันเทิงเน้นการเขียนเพื่ออะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

4.Sound Effect ในรายการวิทยุกระจายเสียง หมายถึงอะไรและมีประโยชน์อย่างไรในรายการวิทยุกระจายเสียง 1 รายการ

5.ให้นักศึกษาเขียนบทโฆษณา 1 บท 30 วินาที โดยเลือก 1 หัวข้อดังต่อไปนี้

5.1บทโฆษณาสมุนไพรไทย
5.2ถุงยางอนามัยกลิ่นดอกชาเขียว
5.3ผ้าอนามัยกลิ่นดอกโมก

6.การเขียนบทโฆษณาวิทยุกระจายเสียงเขียนเพื่ออะไร และการโฆษณามีประโยชน์อย่างไรต่อรายการวิทยุการจายเสียง 1 รายการ อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

7.การเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียงมีความสำคัญอย่างไรในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

8.การเขียนสารคดีบทวิทยุกระจายเสียงมีความสำคัญอย่างไรในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

9.ให้นักศึกษาอธิบายเกี่ยวกับการเขียนบทโฆษณา.

10.หลักการเขียนบทวิทยุกระจายเสียงมีอะไรบ้าง จงอธิบาย.

11.เทคนิคการเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียง 1 บท รายการนิตยสารทางอากาศ เวลา 15 นาที นักศึกษามีความเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย.

12.การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงให้มีคุณภาพและตรงกับวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ผู้เขียนบทจะต้องมีการวางแผนในการเขียนบทวิทยุกระจายเสียงอย่างไร จงอธิบาย.

13.การโฆษณามีบทบาทหน้าที่อย่างไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

14.การเขียนบทสารคดีวิทยุคืออะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ.

15.ให้นักศึกษาเขียนบทสารคดีท่องเที่ยว 1 บท 15 นาที โดยให้นักศึกษาเลือกจากหัวข้อต่อไปนี้ 1 เรื่อง

15.1 สารคดีท่องเที่ยว
15.2 สารคดีบุคคล


MCS 3400 (MCS 2460) : การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น (ตัวอย่างข้อสอบ)

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

MCS 4106 : การวิจัยสื่อสารมวลชน

ตัวอย่างข้อสอบ


1.ให้อธิบายความสำพันธ์ของ ทฤษฎี ตัวแปรการวิจัย สมมติฐาน วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรในการวิจัย
ตอบ
1.ตัวแปร คือ สิ่งที่นักวิจัยต้องการศึกษา ปกติงานวิจัยและการศึกษาตัวแปร จะใช้ตัวแปรอย่างน้อย 2 ตัวแปร โดยมุ่งศึกษาความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องระหว่างตัวแปร ถ้าศึกษาเฉพาะตัวแปรแต่ละตัวโดดๆโดยไม่สนใจความสัมพันธ์กับตัวแปรอื่น ยังไม่ถือว่าเป็นงานวิจัย.. ตัวแปรในงานวิจัยต้อง "ศึกษาได้" หมายถึง เก็บข้อมูลได้ วัดได้ทั้งในเชิงปริมาณ และหรือเชิงคุณภาพ.. งานวิจัยเชิงปริมาณ มุ่งศึกษาตัวแปรซึ่งสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จาก ชื่องานวิจัย หรืออาจจะระบุไว้ชัดเจนในวัตถุประสงค์, สมมติฐาน, กรองแนวคิด, หรือสอบทานจากคำถามในแบบสอบถามได้อีกด้วย

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

MCS 3305 : การพูดในอาชีพสื่อสารมวลชน

ตัวอย่างข้อสอบ

1.การพูดทางสื่อมวลชนกับการพูดในที่ชุมนุมชน มีความแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ.

การพูดในระดับต่างๆของการสื่อสาร
การสื่อสารของมนุษย์ ถ้าไม่นับรวมการสื่อสารกับตนเองแล้ว การสื่อสารอาจแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ การสื่อสารระหว่างบุคคล, การสื่อสารในกลุ่ม, การสื่อสารในชุมนุมชน, และการสื่อสารมวลชน เราจึงอาจแบ่งการพูดของมนุษย์ออกได้เป็น 4 ประเภทเช่นเดียวกัน ดังนี้

1.การพูดระหว่างบุคคล
2.การพูดในกลุ่ม
3.การพูดในที่ชุมนุมชน
4.การพูดทางสื่อมวลชน

1.การพูดระหว่างบุคคล
เป็นการพูดพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ เราจำเป็นต้องใช้การพูดในระดับนี้อยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่การทัก การไต่ถามทุกข์สุข การสนทนา การปรึกษาหารือ ไปจนถึงการถกเถียงกัน ลักษณะสำคัญของการพูดระหว่างบุคคลคือ ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา หรือต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า ขึันอยู่กับกาลเทศะและความเหมาะสมของสถานการณ์มากกว่า
นอกจากนี้การพูดระหว่างบุคคลยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการสร้างมนุษย์สัมพันธ์และช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วให้แน่นแฟ้นมากขึ้น คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็จะรู้จักกันมากขึ้น คนที่รู้จักกันมาก่อนแล้วก็จะคุ้นเคยกันมากขึ้น
การประกอบอาชีพหลายอาชีพ ต้องอาศัยความสามารถในการพูดระหว่างบุคคลมากเป็นพิเศษ จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในอาชีพได้ เช่น พนักงานขายสินค้า, ครู, นักข่าว, แพทย์, พยาบาล, นักบริหาร, เจ้าหน้าที่ต้อนรับ ฯลฯ เราจะละเลยไม่เอาใจใส่ในการปรับปรุงความสามารถในการพูดระหว่างบุคคล โดยจะถือว่าใครๆก็พูดได้ พูดเป็นอยู่แล้ว ไม่ได้.. เพราะที่ว่าพูดได้ พูดเป็นอยู่แล้วนั้น อาจไม่ใช่การพูดที่ดีก็ได้


วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

HIT 3202 : ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นไทย (ตัวอย่างข้อสอบ)

1.นักศึกษาเชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ จงแสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งอธิบาย

ตอบ ข้าพเจ้าเชื่อว่าประเทศไทยมีความหลากหลายของชาติพันธุ์.. เพราะ สามารถเห็นได้จากคนไทยในประเทศไทย แต่ละภูมิภาคจะมีภาษาพูด วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันไป ตามลักษณะความสัมพันธ์ด้านการร่วมเชื้อสาย ดังนี้..

กลุ่มชาติพันธุ์ในอีสาน

1.ไทยลาวหรือชาวอีสาน

เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ภาคอีสานตอนบน มีวัฒนธรรมเหนือไทยลาวกลุ่มอื่น เป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมภาคอีสาน ดังนั้นภูมิปัญญาสังคม เช่น ฮีตดอง, ตำนาน, จารีตประเพณีไทยลาวจะเป็นผู้ถ่ายทอดให้กับชนกลุ่มอื่น.. ไทยลาวนิยมตั้งศาลปู่ตาอยู่ทางเข้าหมู่บ้านและวัดท้ายหมู่บ้าน..

การแต่งกาย - ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นยาวปิดเข่า นิยมตกแต่งชายซิ่นเรียกว่า "ตีนซิ่น" สวมเสื้อแขนกระบอก เกล้ามวยสูง ห่มสไบทับเสื้องานพิธี.. ผู้ชายนุ่งกางเกงเรียกว่า "โซ่ง" สวมเสื้อคอมกลอม ผ่าหน้ากลัดกระดุมแขนกระบอก มีผ้าขาวม้าคาดเอว..

อาหาร - มีข้าวเหนียว, ลาบ, ก้อย, ส้มตำ
การละเล่น - หมอลำ, เซิ้ง

2. ผู้ไทย

เป็นสาขาหนึ่งในกลุ่มไทยลาว มีจารีตประเพณีคล้ายไทยลาว ชาวผู้ไทยมี 3 กลุ่ม แบ่งตามเครื่องแต่งกาย คือ ไทยดำ ไทยแดง ไทยขาว

เดิมมีภูมิลำเนาอยู่แคว้นสิบสองจุไทย และอพยพเข้ามาอยู่ลาวตอนใต้ระยะหนึ่ง แล้วอพยพมาตั้งบ้านเรือนในสกลนคร

การแต่งกาย - ผู้ไทยจะใส่ชุดประจำเผ่าในงานพิธีกรรม
การละเล่นและประเพณี - ชาวผู้ไทยมีนาฏศิลป์การฟ้อนที่ประกอบวงแคน ใส่เล็บร่ายรำอ่อนช้อย เรียกว่า "ฟ้อนผู้ไทย" มีประเพณีต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองให้ประทับใจ คือ การจัดบายศรีสู่ขวัญ เลี้ยงอาหาร ดื่มเหล้าหมัก

3. เขมร

เป็นกลุ่มชนที่พูดภาษาเขมร ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณอีสานตอนล่าง นับถือศาสนาพุทธและเชื่อเรื่องผี มีการไหว้ผีปีละครั้ง คือ วันสาทร เดือน10ช่วงกลางเดือน ทำบุญสาทรแล้วเซ่นผีบรรพบุรุษด้วย

การแต่งกาย - ชายนุ่งโจงกระเบนผ้าหางกระรอก เสื้อคอกลมผ่าอก ผ้าขาวม้าคาดเอว ส่วนผู้ใหญ่นุ่งซิ่ง เรียกว่า "ซาป๊วด" เสื้อแขนกระบอกคอกลมผ่าหน้ากลัดกระดุม

อาหาร - ชาวเขมรกินข้าวจ้าวเป็นหลัก มีน้ำพริกแบบเขมร เรียกว่า "จรั๊ว"

ดนตรีการละเล่น - มีวงกันตรึมและเพลงทำนองเขมร เรียกว่า "อาไย เจรง"

ชาติพันธุ์ในภาคเหนือ

ส่วนหนึ่งจะถูกต้อนเข้ามาในปี พ.ศ.2325 สมัยพระยากาวิละต้องสร้างเมืองเชียงใหม่จากสภาพร้าง โดยการกวาดต้อนผู้คนจากแคว้นสิบสองปันนา ทั้งที่เป็นไทใหญ่ ไทลื้อ และไทเขินในพม่า

1. ไทเขิน

ติวเตรียมสอบซ่อม 1/2562

วิชากรุงเทพฯศึกษาเพื่อการท่องเที่ยว HIT4403 1.การเปลี่ยนแปลงของวัดพระแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1 ถึง 6 ตอบ. รัชกาลที่ 1 โปรดฯให้สร้างพระอุโบสถ...